พิมพ์เขียวดาราไทยยุคใหม่คือศิลปินที่ต้องทำได้ทุกอย่าง
ดารายุคนี้ไม่ได้นั่งรอให้ช่องใหญ่ป้อนงานละครทีวีอย่างเดียว แต่ยังผันตัวเป็นศิลปินแบบครบเครื่องที่ต้องทำตั้งแต่เล่นหนัง ร้องเพลง เดินสายอีเวนต์ สร้างคอนเทนต์ เอนเตอร์เทนได้ดี และการเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์หรู ตัวอย่างศิลปินที่มีความไฮบริดครบก็คือ นนกุล ชานน, บิวกิ้น พุฒิพงศ์, พีพี กฤษฏ์, โบว์ เมลดา, เบ็คกี่ รีเบคก้า, เจฟ ซาเตอร์, อิงฟ้า วราหะ, ไบร์ท วชิรวิชญ์ ที่ลุยรับบทบาทหลากหลายจนกวาดกระแสและความนิยมได้ทุกทิศทาง
เจ้าพ่อ-เจ้าแม่พรีเซนเตอร์ ภาพจำแบรนด์ที่ติดกับตัวบุคคล
ทั้งความมีเสน่ห์เฉพาะตัวบวกกับฐานแฟนคลับที่หนาแน่นทำให้แบรนด์ใหญ่ถึงกับยอมทุ่มงบหลายล้านเพื่อดึงมาเป็นพรีเซนเตอร์ ดาราไทยจึงเป็นกำลังสำคัญของโฆษณาที่ช่วยสร้างยอดขายระดับร้อยล้าน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพ่อพรีเซนเตอร์ที่กวาดทุกป้ายปิลบอร์ดอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ, มาริโอ้ เมาเร่อ, เจมส์ จิรายุ หรือเจ้าแม่พรีเซนเตอร์อย่าง ญาญ่า อุรัสยา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ใหม่ ดาวิกา ไปจนถึงผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกอย่าง ลิซ่า (LISA BlackPink) ที่ไม่ว่าจะหยิบจับชิ้นไหน แฟนคลับก็พร้อมใจกันเหมาหมดแผงทันที
เมื่อชีวิตหลังกล้องและหน้าฟีดโซเชียลคือเรื่องเดียวกัน
ลืมภาพดาราที่อยู่สูงจนเอื้อมไม่ถึงไปได้เลย เพราะยุคนี้พื้นที่ส่วนตัวกับพื้นที่สื่อได้หลอมรวมเป็นเรื่องเดียวกัน โซเชียลมีเดียเปลี่ยนสถานะของดาราดังให้กลายเป็น "เพื่อนสนิทที่คุ้นเคย" ผ่านการสวมบทบาทเป็น Content Creator ไปในตัว ไม่ว่าจะไลฟ์สดพูดคุย สตรีมเกม หรือทำคอนเทนต์สุดเรียลลง Instagram, TikTok, YouTube ซึ่งความเป็นธรรมชาติบนโลกออนไลน์นี่เองที่สร้างตัวตนจนแฟนๆ หลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
จากข่าวลือสู่อักษรย่อ การเสพติดดราม่าและชีวิตรักดารา
ปฏิเสธไม่ได้ว่าดราม่าอักษรย่อและวัฒนธรรมข่าวใต้เตียงดาราในเรื่องราวความรัก งานหมั้น งานแต่ง การเลิกรายังคงเป็นคอนเทนต์หลักที่คนไทยชอบมาก แต่สิ่งสำคัญที่สุดยุคนี้คือศิลปะการรับมือและการตอบคำถามต้องมีความจริงใจ เฉียบขาด และตรงไปตรงมา เพราะชาวเน็ตไทยมีสกิลนักสืบระดับโคนัน ตัวอย่างเช่น แอฟ ทักษอร, อั้ม พัชราภา, ชมพู่ อารยา, เบลล่า ราณี ซึ่งเป็นดาราที่เคยผ่านสมรภูมิข่าวข้น แต่รอดพ้นมรสุมมาได้อย่างงดงาม เพราะการตอบคำถามอย่างมีสติ เคารพคนดู และความจริงใจจนได้ใจคนฟังไปครอง
พลังแฟนด้อมสายเปย์ ความทุ่มเทที่ผลักดันศิลปินไประดับโลก
ปรากฏการณ์ที่น่าจับตาที่สุดในวงการบันเทิงไทยยุคนี้คือการก้าวขึ้นมามีอิทธิพลของกลุ่มแฟนคลับที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่กรี๊ดหน้าเวที แต่คือผู้คุมทิศทางอุตสาหกรรมบันเทิงจริงๆ ความผูกพันระหว่างศิลปินกับแฟนคลับไทยพัฒนาไปไกลจนกลายเป็นผู้ร่วมลงทุน ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์วันเกิดสุดอลังการ การขึ้นบิลบอร์ดกลางเมือง การทุ่มโหวตติดสปีด และอภินิหารการเหมาสินค้าพรีเซนเตอร์
ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดจากพลังสายเปย์ของแฟนด้อมคู่จิ้นและศิลปินแห่งยุคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ซี พฤกษ์ - นุนิว ชวรินทร์, หยิ่น อานันท์ - วอร์ วนรัตน์, เจมีไนน์ นรวิชญ์ - โฟร์ท ณัฐวรรธน์ ที่พลังความรักของแฟนๆ สามารถเนรมิตยอดเงินหลักล้านและผลักดันชื่อเสียงให้ติดตลาดอินเตอร์ได้สำเร็จ
เมื่อคนรุ่นใหม่เรียกร้องความรับผิดชอบต่อสังคมจากคนดัง
อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดวัดใจที่สุดของดาราไทยยุคใหม่คือการเป็นมนุษย์ที่จริงใจ เป็นตัวของตัวเอง มีข้อผิดพลาดได้แต่ต้องพร้อมเรียนรู้ และที่สำคัญที่สุดคือต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะดาราไม่ได้เป็นแค่คนให้ความบันเทิงแต่ต้องแสดงจุดยืนและกล้าพูดเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม งานการกุศล การเมือง การศึกษา ปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) การก้าวข้ามจากการเป็นแค่นักแสดงไปสู่การเป็นไอคอนทางความคิดคืออาวุธลับที่จะซื้อใจมหาชนได้ยาวนานที่สุด